เทคนิคประหยัดภาษีแบบสุดคุ้มด้วย RMF

RMF
Categories:
RMF

หน้าที่การยื่นรายได้เพื่อเสียภาษีเป็นหน้าที่ ที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเงินภาษีที่จ่ายไปในแต่ละปีนั้นก็จะกลายไปเป็นงบประมาณแผ่นดิน ให้รัฐบาลสามารถนำไปบริหารประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่ง  ๆ ขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลเองก็เข้าใจดีว่า ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบไม่น้อยไปกว่ากัน ทั้งส่วนของตนเองและคนในครอบครัว ดังนั้นจึงมีเงื่อนไขเพื่อการลดหย่อนภาษีที่หลากหลาย เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระทางภาษีในแต่ละปีของประชาชนลง โดยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) หรือ RMF ก็เป็นหนึ่งในนโยบายที่ประชาชนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนนี้ และขอลดหย่อนภาษีในแต่ละปีของตนเองลงได้

ทำความรู้จักกับ RMF กองทุนที่จะช่วยให้คุณประหยัดภาษีในแต่ละปีได้

RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาสนใจการออมเงินและการลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในช่วงวัยที่ต้องเกษียณจากการทำงานแล้วโดยเฉพาะ ซึ่งหนึ่งในแรงจูงใจสำคัญที่จะทำให้คนในช่วงวัยทำงานที่มีรายได้หันมาเลือกลงทุนในกองทุนนี้กันมากขึ้นก็คือ สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่มีโอกาสจะได้รับนั่นเอง

ผู้ที่ตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนี้ จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีทันทีสูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ในแต่ละปี สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น  ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และเนื่องจาก RMF ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลรายปี ดังนั้นผลตอบแทนทั้งหมดจากการลงทุน จะได้พลังดอกเบี้ยทบต้นมาเสริมผลกำไรด้วย โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนนี้เมื่อขายคืนกองทุนตามเงื่อนไข และยังจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำกำไรนี้มาคิดเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีในปีที่มีการขายกองทุนตามเงื่อนไขอีกด้วย

นอกจากนี้ เงื่อนไขที่ควรรู้เกี่ยวกับการเลือกลงทุนใน RMF คือ ระยะเวลาการถือครองกองทุนต้องไม่ต่ำกว่า 5 ปี และนับจากวันที่มีการลงทุนครั้งแรก ผู้ลงทุนจะต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเป็นปี (แต่ต้องลงทุนจนครบ 5 ปี ปีที่เว้นไปจะไม่นำมานับรวม) ซึ่งเงื่อนไขนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กระตุ้นให้นักลงทุนต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็หมายความถึงโอกาสที่จะมีเงินใช้ในช่วงวัยเกษียณอายุการทำงานที่มีเพิ่มขึ้นด้วย 

4 เทคนิคลงทุนใน RMF ให้ได้ประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องมือ หรือช่องทางในการเก็บออมและลงทุน เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมทางด้านการเงินสำหรับการใช้ชีวิตหลังจากที่เกษียณอายุจากการทำงานแล้วล่ะก็ การเลือกลงทุนผ่าน RMF นับเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว โดยวิธีการที่จะลงทุนในกองทุนรวมนี้ให้ได้ประโยชน์ทางภาษีสูงสุดสามารถทำได้ดังนี้

1. ลงทุนต่อเนื่องทุกปี เพื่อประหยัดภาษี

เมื่อตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุน RMF แล้ว ก็ควรที่จะวางแผนการลงทุนต่อเนื่องทุก  ๆ ปี อย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะเป็นการทำตามเงื่อนไขการลงทุนอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทันทีในเรื่องของการลดหย่อนภาษีอีกด้วย ซึ่งหากสามารถลงทุนและได้รับสิทธิในการประหยัดภาษีทุกปี ย่อมเหลือเงินเยอะขึ้นแน่นอน

2. ลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อการสร้างวินัยและเงินก้อนโตในระยะยาว 

การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เช่น การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) เป็นการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กันเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนได้ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานประจำที่มีรายได้มั่นคง และแน่นอนในทุกเดือน จะทำให้สามารถแบ่งเงินมาลงทุนใน RMF ได้อย่างสม่ำเสมอ จึงเหมาะกับการ DCA มาก ๆ ดังนั้นการทยอยลงทุนโดยการตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนไปลงทุนในกองทุนรวมโดยอัตโนมัติทุกเดือน จะช่วยให้มีวินัยในการลงทุนที่ดี และไม่จำเป็นต้องลงทุนก้อนใหญ่ในปลายปีทีเดียว

3. ลงทุนเต็มจำนวนเงินที่สามารถใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีได้ 

หากอยากได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดในการประหยัดภาษีในแต่ละปี ดังนั้นเมื่อคำนวณจำนวนเงินสูงสุดของการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพในแต่ละปีได้แล้ว ก็ควรลงทุนให้เท่ากับจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถลงทุนได้ เพราะจะทำให้สามารถประหยัดภาษีได้สูงสุดนั่นเอง

4. ขายคืนกองทุนเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เท่านั้น

การขายคืนกองทุนเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์นั้น นับเป็นการขายคืนกองทุนที่เข้าเงื่อนไขการลงทุน ดังนั้นผลตอบแทนทั้งหมดที่ได้รับจากการลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้นักลงทุนได้ประโยชน์เต็ม  ๆ ในการประหยัดภาษีในปีที่มีการขายคืนกองทุนดังกล่าว ซึ่งจะขายคืนทีเดียว หรือทยอยขายคืนเพื่อปล่อยให้เงินที่เหลือทำงานต่อไปก็ได้

จะเห็นได้ว่าการเลือกลงทุนใน RMF นั้นนับเป็นแนวทางการลงทุนที่มีประโยชน์ด้วยกันหลายด้าน เป็นทั้งช่องทางที่ดีที่จะสามารถเก็บเงินสำหรับการเกษียณอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้มีวินัยในการออมเงินอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังถือเป็นเทคนิคที่ดีในการประหยัดภาษีได้ ส่วนสำหรับใครที่ยังไม่เริ่มต้นลงทุนก็สามารถเริ่มต้นได้ทัน เพื่ออนาคตทางการเงินที่สดใสในช่วงวัยเกษียณ